FILM

โฟ่วเรื่องหนัง The Borrower Arietty

posted on 07 Sep 2011 00:24 by zobeit  in FILM

Note: คนอัพขี้เกียจหารูป อยากเห็นเสิชเอง (ฮา)

 

The Borrower Arietty เป็นภาพยนตร์แอนนิเมชัน 2 มิติ จากค่ายสตูดิโอจิบลิ กำกับโดย ฮิโรมาสะ โยเนบายาชิ   เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงตัวจิ๋วชื่ออารีเอ็ตตี้ ซึ่งชาวตัวจิ๋วต้องไปยืมของ(ขโมย)ของมนุษย์มาเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ดังนั้นคนตัวจิ๋วจึงมีข้อห้ามพบกับมนุษย์เด็ดขาด เพราะอาจจะนำไปสู่อันตรายได้   โดยในส่วนเนื้อเรื่องขอพูดไว้แค่นี้ และไม่ขอวิจารณ์การดำเนินเรื่องแต่อย่างใด เหตุผลแรกคือไม่ได้เขียนเพื่อรีวิวหนัง และอีกเหตุผลคือรู้ตัวว่าถ้าพูดถึงการดำเนินเรื่องแล้วต้องหลุดสปอยล์แน่นอน ฮ่าๆ

 

เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่สร้างได้อย่างพิถีพิถันมาก โดยเฉพาะการออกแบบบ้านของมนุษย์ตัวจิ๋ว ที่ออกแบบทุกรายละเอียดให้เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างพอดี โดยส่วนตัวผมชอบเตาแก๊สที่เอากระถางต้นไม้วางคว่ำมาครอบ เหมือนเป็นเครื่องดูดอากาศ  และที่ชอบที่สุดก็คือราวตากผ้าที่มีรอกผูกอยู่ โดยคนจิ๋วจะตากผ้าในบริเวณที่ตนเอื้อมถึง แล้วชักรอกให้ผ้าเลื่อนไปอยู่บริเวณที่แดดส่องถึงแต่ตนเอื้อมไม่ถึงเพื่อให้ผ้าที่ตากแห้ง   เรียกได้ว่าทุกอย่างมรการใช้กระบวนการคิดในการออกแบบจริงๆ

 

ขอคุยเรื่องความพิถีพิถันอีกสักเล็กน้อย  เพราะในเรื่องนี้มีการใส่ใจให้กับรายละเอียดจริงๆ อาทิ เสียงประกอบ หากตัวหนังกำลังดำเนินเรื่องกับมนุษย์จิ๋ว เสียงประกอบก็จะเป็นเสียงในสเกลที่มนุษย์จิ๋วได้ยิน เช่นได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินดังมาก เสียงดึงเข็มหมุดเหมือนเสียงชักดาบ เสียงแมวครางเหมือนเสียงคำราม เป็นต้น แต่หากดำเนินเรื่องกับคนปกติ เสียงที่ได้ยินก็จะออกมาปกติเช่นเดิม

 

อีกประการหนึ่งก็คือความตึงผิวของน้ำ ลองนึกภาพตัวเราเปียกน้ำ จะมีน้ำหยดเล็กๆเกาะตัวเราอยู่ แต่ถ้าเราตัวเล็กลงจนกลายเป็นมนุษย์จิ๋ว หยดน้ำที่เกาะเราจะยังมีขนาดเท่าเดิม เพราะความตึงผิวของน้ำไม่ได้เปลี่ยนตามวัตถุที่มันเกาะ ดังนั้นเรา(ที่ตอนนี้ตัวจิ๋ว)ก็จะเห็นหยดน้ำหยดใหญ่ๆ เกาะตามตัวแทน ที่ผมชอบมากในหนังเรื่องนี้คือตอนคนตัวจิ๋วเทน้ำจากกา น้ำจะออกมาเป็นหยดๆ แทนที่จะเป็นสาย ด้วยเหตุผลเรื่องแรงตึงผิว ตรงนี้ถือว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ภาพยนตร์เก็บไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

 

อย่างสุดท้ายที่ผมประทับใจคือเพลงประกอบที่เลือกมาเข้ากับทุกช่วงจังหวะ และเหมาะกับอาร์ทไดเรคชั่นของภาพยนตร์มาก   เดิมทีแค่เห็นฉากที่มีรายละเอียดเยอะๆ วาดด้วยสีน้ำก็น่าทึ่งอยู่แล้ว  นี่ต้องเพิ่มเรื่องอนิเมท แถมใส่เสียงเข้าไปอีก   และที่สำคัญคือทั้งภาพและเสียงลงตัว   โอ้ ไม่ต้องบรรยาย

 

โดยส่วนตัวแล้ว เป็นหนังที่ควรจะไปดูเรื่องหนึ่งครับ คาแร็คเตอร์ทุกตัวมีเสน่ห์ โดยเฉพาะแมลงหน้อยในแต่ละช็อตน่ารักมาก >_< ที่แน่ๆเมเจอร์เชียงใหม่ไม่พากษ์ไทยด้วย(เย่!) แต่คุณภาพของฟ้อนต์ที่ทำซับห่วยไปหน่อยนะ = =''

edit @ 7 Sep 2011 00:32:09 by P r i n c E

Director vs Producer

posted on 02 Jun 2011 22:22 by zobeit  in FILM

การจะสร้างภาพยนตร์ขึ้นมาสักเรื่องหนึ่งนั้น   ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายด้วยกัน ทั้งช่างภาพ ผู้เขียนบท ช่างเทคนิค นักแสดง ฝ่ายตัดต่อ ฯลฯ     ด้วยการทำงานในลักษณะนี้ งานภาพยนตร์คงจะล้มเหลวเป็นแน่หากขาด"หัวหน้า"ที่จะมาดูแลควบคุมฝ่ายต่างๆ ให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน     หัวหน้าหลักในงานภาพยนตร์นั้นประกอบไปด้วย director และ producer     ซึ่งหลายๆคนก็อาจจะงงกันว่าทั้งสองหน้าที่นี้แตกต่างกันอย่างไร   และแต่ละหน้าที่นั้นต้องรับผิดชอบงานส่วนไหนของภาพยนตร์บ้าง  ผมเลยหาข้อมูลมาให้ครับ

 

director หรือผู้กำกับ   เป็นผู้ที่มีหน้าที่ออกแบบว่าภาพยนตร์ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร   แต่ละช็อต แต่ละซีนควรเน้นอารมณ์ไหน   โทนของภาพยนตร์ควรออกมาอย่างไร   และคำนึงถึงสิ่งที่ผู้ชมภาพยนตร์จะได้รับในภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ   director มีหน้าที่ในการเปลี่ยนบทสคริปต์ให้ออกมาเป็นภาพ   กำกับนักแสดงให้แสดงตามบท กำหนดมุมกล้อง (ซึ่งส่วนมากจะใช้ storyboard ในการประสานงานกับฝ่ายกล้อง)  ร่วมมือกับ production designer (หรือ art director ในงานภาพยนตร์) เพื่อออกแบบองค์ประกอบศิลป์ของภาพยนตร์   นอกจากนี้ director ยังมีบทบาทในงาน post production โดยคอยควบคุมฝ่าย editing    ให้ตัดต่อภาพยนตร์ออกมาในแบบที่ director ต้องการ

 

producer เป็นหัวหน้าใหญ่ในงานภาพยนตร์   producer จะเป็นผู้ดูแลงบประมาณ   จัดหาสตูดิโอ จัดหาทีมงานด้านต่างๆ พร้อมทั้งดูแลและประสานการทำงานของแต่ละทีมงาน อาทิ ภาพ เสียง เนื้อหา เพื่อให้ได้ผลงานที่ออกมาที่สอดคล้องกัน    ในบางครั้ง producer อาจจะเป็นผู้กำหนดตัว director เอง   เช่น producer อาจจะไปเจอพล็อตเรื่องที่น่าสนใจจากนักเขียน (หรือ producer อาจจะเขียนเองก็ได้) จึงจัดหา director และทีมงานเพื่อที่จะผลิตภาพยนตร์ขึ้น เป็นต้น   นอกจากนี้ producer ยังสามารถเปลี่ยนตัว director ได้ ถ้าหากเห็นว่ามีคนอื่นที่เหมาะสมกว่า   producer จึงเป็นหัวหน้าใหญ่ที่สุดในงานภาพยนตร์

best boy คืออะไร

posted on 02 Jun 2011 22:04 by zobeit  in FILM

บทความนี้นำมาจากเฟซบุ๊คของผมอีกทีครับ   คราวนี้เผยแพร่ลงบล็อกเพื่อให้คนทั่วไปที่ต้องการศึกษาสามารถเข้ามาอ่านได้   ซึ่งอาจจะมีข้อผิดพลาดบ้างจากการแปลเพจวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ (ข้อมูลแบบนี้ เพจภาษาไทยมีน้อยครับ Tongue out)

best boy คืออะไร

 

เชื่อว่าหลายๆคน คงจะชื่นชอบการชมภาพยนตร์กันอยู่   เราจะพบว่า ในเครดิตจะมีหน้าที่ที่มีชื่อเรียกแปลกๆ มากมาย   หนึ่งในนั้นที่เป็นข้อสงสัยของผมและเพื่อนๆ มากที่สุด ก็คือฝ่าย best boy  ว่างๆ เลยลองไปเสิร์ชหาดู แล้วจับใจความได้ดังนี้ครับ 

 

หากจะกล่าวถึงหน้าที่ฝ่าย best boy ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงอีกฝ่ายหนึ่งก่อนที่เรียกว่า "grip"    grip เป็นฝ่ายเทคนิคที่ทำงานด้านแสงและกล้อง    grip จะทำงานควบคู่กับฝ่ายกล้องทั้งหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเทคนิคเกี่ยวกับกล้องโดยเฉพาะ นึกถึงเวลาดอลลี่กล้อง(การเลื่อนกล้องเข้า-ออก) ฝ่าย grip ก็ต้องคอยคุมรางดอลลี่ หรือเวลาถ่ายจากมุมแปลกๆ   ฝ่าย grip ก็จะต้องควบคุมเครื่องมือต่างๆให้ฝ่ายกล้องไปถ่ายที่มุมที่ต้องการได้ เช่น ถ่ายจากเครน grip ก็จะเป็นคนดูแลเครน เป็นต้น   ส่วนในด้านแสง grip ก็จะคอยดูแลแสงควบคู่กับฝ่ายแสง เพื่อให้ได้แสงที่เหมาะสมต่อการถ่าย   grip จะมีหัวหน้า เรียกว่า key grip และ grip ทั้งหลายทั้งแหล่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของไดเรคเตอร์ด้านภาพ

 

ทีนี้ได้เวลาของฝ่าย best boy กันแล้ว   best boy เหมือนเป็นผู้จัดการส่วนตัว ผู้ช่วย หัวหน้า และเบ๊ ให้กับ grip ไปในเวลาเดียวกัน   best boy มีหน้าที่จัดแผนผังการทำงานให้กับ grip ทั้งหลาย จัดหาอุปกรณ์ที่ grip ต้องการ รวมไปถึงการดูแลความปลอดภัยให้ เช็คระยะเวลาทำงาน บลาๆ   นอกจากนี้ best boy ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยให้กับ gaffer หรือ chief lighting tecnician (ฝ่ายจัดแสง) ดังนั้นภาพยนตร์บางเรื่องจะขึ้น best boy ว่าเป็น assistant chief lighting tecnician

 

ตัดจบ!

P r i n c E View my profile